ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 1804เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ข้อสอบรวมวิชา

 
พ.ร.บ.47

1. ข้อใดถือเป็น องค์ประชุมของ ก.ต.ช.
ก. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ข. ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ค. ต้องมีกรรมการมาประชุมตั้งแต่หกคนขึ้นไป
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ค.

2. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

3. คณะกรรมการ ก.ต.ช. มีกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

4. บุคคลใด ไม่ใช่ คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก. นายอารีย์ วงศ์อารยะ
ข. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ
ค. พล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์
ง. นายประกิจ ประจนปัจจนึก

5. ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก. 2 ชั้น ข. 3 ชั้น ค. 4 ชั้น ง. 5 ชั้น

6. ข้อใด เขียนถูกต้อง
ก. จ.ส.ต.(ญ)
ข. จ.ส.ต.(หญิง)
ค. จ.ส.ต.หญิง
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

7. ผู้ใด ไม่ใช่ กรรมการข้าราชการตำรวจ โดยตำแหน่ง
ก. เลขาธิการ ก.พ.
ข. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ค. จเรตำรวจ
ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.

8. กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ได้ร่วมกันสรรหากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) โดยสรรหาได้ ร.ต.อ.แดงฯ อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการตำรวจซึ่งลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนามาได้ 12 ปี ขอทราบว่า การสรรหา ร.ต.อ.แดงฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก. ชอบ
ข. ชอบ ถ้าเป็นมติสองในสาม
ค. ไม่ชอบ
ง. ไม่ชอบ เพราะต้องเป็นข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไป

9. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ใดสามารถเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันได้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค. เลขาธิการ ก.พ.
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

10. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐(๒) (ก)
ก. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ข. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ค. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ง. ถูกทุกข้อ

สารบรรณ
ตั้งแต่ข้อ 11 ถึง 14 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าหน้าซองหนังสือราชการ ให้พิจารณาว่าข้อความที่กล่าวในแต่ละข้อนั้น หากจะเขียนหรือพิมพ์ลงบนหน้าซองจะต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงส่วน ใดของซอง โดยยึดคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
ก.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านบนซ้าย
ข.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางด้านบน
ค.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านล่างซ้าย
ง.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางซอง

11. เลขที่หนังสือออก
12. คำขึ้นต้น ชื่อผู้รับ
13. ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
14. ด่วนมาก

15. การร่างหนังสือคืออะไร
ก.การพิมพ์หรือเขียนอย่างย่อๆ
ข.การกำหนดโครงร่างหนังสืออย่างคร่าวๆ
ค.การเขียนหนังสือด้วยลายมือของตนเอง
ง.การเรียบเรียงชั้นต้นตามเรื่องที่ต้องการติดต่อ

16. เหตุใดจึงต้องให้มีการร่างหนังสือก่อนพิมพ์
ก.ต้องการให้เจ้าของเรื่องได้เห็นต้นร่างก่อน
ข.ต้องการดูว่าใจความจะยาวหรือสั้นเพียงใด
ค.ต้องการให้ผู้ร่างหนังสือมีงานทำและร่างหนังสือด้วยความระมัด ระวัง
ง.ต้องการให้มีการตรวจแก้ให้เหมาะสมตามระเบียบแบบแผนก่อน

17. ในสำเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องมี
ก.ผู้ร่าง ข.ผู้พิมพ์ ค.ผู้สั่งพิมพ์ ง.ผู้ตรวจ-ทาน

18. การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง
ก.ที่มุมบนขวา
ข.ที่มุมบนซ้าย
ค.ที่มุมล่างซ้าย
ง.ที่มุมล่างขวา

19. โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด
ก.เรื่องเร่งด่วน
ข.เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ
ค.เรื่องเกี่ยวกับการเงิน
ง.เรื่องที่สั่งด้วยหนังสือไม่ทัน**

20. ทำไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ
ก.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ
ข.เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
ค.เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้เรื่องระเบียบงานสารบรรณ
ง.เพื่อให้ข้าราชการร่างและรับส่งหนังสือราชการได้ถูกต้อง
21. อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.5 ปี ข.10 ปี ค.15 ปี ง.ไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้

22. หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 15 ปี
ข.นำไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ
ค.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสารบรรณโดยเคร่งครัด
ง.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติ
23. คณะกรรมการทำลายหนังสือจะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการระดับใดขึ้นไป
ก.ระดับ 2 ข.ระดับ 3 ค.ระดับ 4 ง.ระดับใดก็ได้
24. ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายหนังสือราชการในส่วนภูมิภาคได้แก่ ผู้ใด
ก.ปลัดจังหวัด
ข.อธิบดี
ค.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด

25. ตราครุฑที่ใช้สำหรับเป็นแบบพิมพ์ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ ่มีความสูงเท่าไร
ก. 2.5 ซม. ข. 3.0 ซม. ค. 3.5 ซม. ง. 4.0 ซม.
26. เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้ส่วนราชการจัดทำ
ก. รายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจำปี
ข. ข้อมูลการปฏิบัติราชการ
ค. รายงานผลการปฏิบัติงาน
ง. ถูกทุกข้อ

การบริหารกิจการ ฯ ที่ดี 2546
27. เมื่อมีการกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใดแล้ว การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดำเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนำไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กำหนดในแผนปฏิบัติราชการ จะกระทำได้ต่อเมื่อ
ก. ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการนั้น
ข. ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีต้นสังกัด
ค. ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ง. ได้รับอนุมัติจาก ก.พ.ร.

28. การสั่งราชการโดยปกติให้กระทำเป็น
ก. วาจา
ข. ลายลักษณ์อักษร
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข.

29. ในกรณีมีความจำเป็น ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งราชการโดย
ก. วาจา
ข. ลายลักษณ์อักษร
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข.

30. ในกรณีที่ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งเป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี
ก. ให้ขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ
ข. ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
ค. จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ
ง. ถูกทุกข้อ

31. นอกจากส่วนราชการต้องจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว กฎหมายยังกำหนดให้หน่วยใดจัดทำหลักเกณฑ์อีก
ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. องค์การมหาชน
ค. รัฐวิสาหกิจ
ง. ถูกทุกข้อ
32. ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภท ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก. ก.พ.ร. กำหนด
ข. สำนักงบประมาณกำหนด
ค. ส.ตง.กำหนด
ง. กรมบัญชีกลางกำหนด
33. ส่วนราชการคำนวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด และรายงานให้
ก. ก.พ.ร.
ข. สำนักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. ถูกทุกข้อ

34. ในกระทรวงมหาดไทย ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติในเรื่องใด ๆ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ
ก. เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. อธิบดีกรมการปกครอง
ค. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ปลัดประทรวงมหาดไทย
35. การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมในระดับจังหวัด เป็นหน้าที่ของผู้ใด
ก. อักษรเลขจังหวัด
ข. ปลัดจังหวัด
ค. สำนักงานจังหวัด
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
เฉลยธุรการ ชุดที่ 4
1. ง 2. ค 3. ก 4. ค 5. ข
6. ค 7. ง 8. ก 9. ง 10. ง
11. ก 12. ง 13. ค 14. ข 15. ง
16. ง 17. ค 18. ก 19. ง 20. ก
21. ข 22. ง 23. ข 24. ง 25. ข
26. ก 27. ค 28. ข 29. ก 30. ค
31. ง 32. ง 33. ง 34. ง 35. ง

พ.ร.บ.47
1. “ประธานกรรมการ” หมายความว่า
ก. ประธาน ก.ตร.
ข. ประธาน ก.ตช.
ค. ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง. ประธาน ตร.

2. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหมายถึงผู้ใด
ก. รอง ผบ.ตร.
ข. จเรตำรวจแห่งชาติ
ค. ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ง. ถูกทุกข้อ

3. ข้อใด เป็น คุณสมบัติ ของคณะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ก. มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
ข. ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
ค. เลขาธิการพรรคไทยรักไทย
ง. ถูกทุกข้อ

4. การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทำโดย
ก. ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. ประกาศพระบรมราชโองการ
ง. ประกาศราชกิจจานุเบกษา
5. ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจจำนวนห้าคน ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้ว
ก. ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ข. ไม่น้อยกว่าสองปี
ค. เกินหนึ่งปี ง. เกินสองปี

6. เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อ
ก. พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข. พ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค. พ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง. นับแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา
7. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) มีวิธีการคัดเลือกอย่างไร
ก. ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจากผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) .
ข. ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นผู้เลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ค. ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจาก กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑).
ง. ถูกทุกข้อ

8. “กองทุน” หมายความว่า
ก. กองทุนเพื่อการสืบสวนคดีอาญา
ข. กองทุนเพื่อการสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ง. กองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนและป้องกันปราบปรามคดีอาญา

9. กรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ช. จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวันหยุดราชการตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้หรือไม่
ก. ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ข. ได้ ไม่ต้องขออนุมัติผู้ใด
ค. ไม่ได้ เพราะขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีที่ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติตาม
ง. ไม่ได้ เพราะเป็นการขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

10. บุคคลใด ไม่ใช่ คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก. นายจรัญ ภักดีธนากุล
ข. นายพงศ์โพยม วาศภูติ
ค. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ
ง. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส

สารบรรณ
11. งานสารบรรณมีประโยชน์ต่อราชการอย่างไร
ก.ทำให้งานสะดวก รวดเร็ว
ข.ประหยัดแรงงานและเวลา
ค.ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูง
ง.ถูกทุกข้อ

12. หนังสือราชการที่มีคำว่า “ด่วนมาก” ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติตามกำหนดเวลา
ข.ปฏิบัติโดยเร็ว
ค.ปฏิบัติโดยเร็วกว่าปกติ
ง.ปฏิบัติโดยเร็วที่สุด

13. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการที่จัดทำขึ้นจะต้องทำ……..อย่างน้อย 1 ฉบับ
ก.สำเนาต้นฉบับ
ข.สำเนาคู่ฉบับ
ค.สำเนาซ้ำฉบับ
ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และ ค.

14. หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก จัดเป็นหนังสือประเภทใด
ก.หนังสือภายนอก
ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือประทับตรา
ง.หนังสือประชาสัมพันธ์

15. ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ
ก. เรื่อง ข.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
ค.คำขึ้นต้นและคำลงท้าย ง.อ้างถึงและสิ่งที่ส่งมาด้วย

16. หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในต่างกันในข้อใด
ก.แบบฟอร์ม ข.การเก็บหนังสือ
ค.ผู้ส่งและผู้รับ ง.การลงทะเบียนรับ-ส่ง

17. ข้อใดเป็นลักษณะของหนังสือภายใน
ก.หนังสือที่ส่งไปโดยไม่บรรจุซอง
ข.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง
ค.หนังสือติดต่อระหว่างบุคคลภายนอกด้วยกัน
ง.ไม่มีข้อถูก

18. หนังสือประทับตราใช้กระดาษชนิดใด
ก.ใช้กระดาษตราครุฑ
ข.ใช้กระดาษบันทึก
ค.ใช้ประดาษอัดสำเนา
ง.ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน

19. วันเดือน ปี ที่ออกหนังสือในหนังสือประทับตรา ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือ
ก.ใต้รูปครุฑ
ข.ได้ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนังสือออก
ค.ไม่มีการลงวัน เดือนปี ในหนังสือชนิดนี้
ง .ผิดทุกข้อ
20. หนังสือประทับตราจะมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งออกได้ จะต้อง…
ก.ประทับตราให้ถูกที่สุด
ข.ระบุตัวผู้รับให้ชัดเจน
ค.มีคำว่าหนังสือประทับตรา
ง.มีผู้ลงชื่อกำกับตราที่ประทับตามระเบียบ

21. รายงานการประชุมจัดอยู่ในหนังสือราชการชนิดใด
ก.หนังสือภายใน
ข.หนังสือสั่งการ
ค.หนังสือประชาสัมพันธ์
ง.หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
22. หนังสือราชการที่มีคำว่า "ด่วน"ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติเร็วที่สุด
ข.ปฏิบัติโดยเร็ว
ค.ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
ง.ปฏิบัติเร็วตามกำหนดเวลา


23. การเซ็นชื่อรับรองสำเนาหนังสือ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับใดขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรอง ที่ชอบด้วยระเบียบงานสารบรรณ
ก.ระดับ 2 ข.ระดับ 3 ค.ระดับ 4 ง.ระดับ 5

24. การพิมพ์ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องที่ออกหนังสือให้พิมพ์ไว้ส่วนใดของหนังสือราชการ
ก.ริมกระดาษด้านบนขวา
ข.ริมกระดาษด้านบนซ้าย
ค.ริมกระดาษด้านล่างซ้าย
ง.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด

25. การพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องนั้น ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหน
ก.มุมกระดาษด้านล่างขวา ข.กลางหน้ากระดาษด้านบนขวา
ค.ใต้ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ง.ตรงไหนก็ได้
การบริหารกิจการที่ดี 2546
26. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการตามความหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หมายถึงข้อใด
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข. กองทัพบก
ค. กระทรวงมหาดไทย
ง. กรุงเทพมหานคร
27. ผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ คือ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ประธาน คมช.
ค. รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมาย
ง. เลขาธิการ ก.พ.ร.
28. ข้อใดถือว่าเป็นเป้าหมายของการบริหารราชการตามกฎหมายนี้
ก. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ข. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
ค. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
ง. ถูกทุกข้อ
29. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่วนราชการจะต้องดำเนินการโดยถือว่า
ก. ประชาชนสำคัญที่สุด
ข. ระบบการบริหารสำคัญที่สุด
ค. นโยบายรัฐบาลสำคัญที่สุด
ง. ประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับการบริการจากรัฐ
30. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการปฏิบัติ
ก. ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า
ข. การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลาและ
งบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอนเป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ของ
ภารกิจ และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ
ค. ส่วนราชการต้องจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ ตามแผนปฏิบัติราชการตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการกำหนดขึ้น ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่ ก.พ.ร. กำหนด
ง. ถูกทุกข้อ

31. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ให้หน่วยงานใด ร่วมกันจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอต่อคณะรัฐมนตรี
ก. สภาพัฒน์ฯ ข. สำนักงบประมาณ
ค. สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ง. ถูกทุกข้อ
32. การเสนอแผนการบริหารตามข้อที่แล้ว ต้องเสนอภายในกี่วัน
ก. 30 วัน ข. 60 วัน
ค. 90 วัน ง. แล้วแต่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด
33. หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำนิติบัญญัติ
ก. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค. ก.พ.ร. ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

34. ส่วนราชการใดที่จะต้องจัดทำแผนรองรับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข. กองทัพบก
ค. กระทรวงมหาดไทย ง. ถูกทุกข้อ
35. แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต้องเสนอ
ก. หัวหน้าส่วนราชการนั้นให้ความเห็นชอบ
ข. รัฐมนตรีต้นสังกัดให้ความเห็นชอบ
ค. คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ
ง. ก.พ.ร.ให้ความเห็นชอบ
เฉลยธุรการ ชุดที่ 3
1. ค 2. ง 3. ง 4. ค 5. ค
6. ค 7. ข 8. ค 9. ข 10. ค
11. ง 12. ข 13. ข 14. ก 15. ง
16. ก 17. ง 18. ก 19. ข 20. ง
21. ง 22. ค 23. ก 24. ค 25. ค
26. ง 27. ก 28. ง 29. ง 30. ง
31. ง 32. ค 33. ง 34. ง 35. ข
พ.ร.บ.47
1. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข. ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค. ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน
ง. วันที่ 14 เม.ย.2547
2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่กี่ประการ
ก. 6 ประการ ข. 7 ประการ ค. 8 ประการ ง. 9 ประการ
3. การแบ่งส่วนราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ ของกองบังคับการ และ กองกำกับการ ให้ทำเป็น
ก. พระราชกำหนด
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
4. การประกาศรายชื่อ คณะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องประการใน
ก. พระราชกำหนด
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
5. ข้อใดถือเป็น องค์ประชุมของ ก.ต.ช.
ก. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ข. ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ค. ต้องมีกรรมการมาประชุมตั้งแต่หกคนขึ้นไป
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ค.
6. ร.ต.อ.อ่อนฯ กระทำความผิดร้ายแรง จำเป็นจะต้องถูกถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ขอทราบว่าต้องกระทำอย่างใด
ก. การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
ข. การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
ค. การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ต้องเป็นไปตาม กฎ ก.ตร. และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
ง. การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ต้องเป็นไปตามกฎ ก.ตร. และให้ทำโดยประกาศราชกิจจานุเบกษา


7. ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาใด ที่ไม่ใช่คุณสมบัติจะเป็น ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทไม่เป็นข้าราชการตำรวจ
ก. เศรษฐศาสตร์
ข. รัฐประศาสนศาสตร์
ค. อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม
ง. วิทยาศาสตร์
8. ในกรณีที่ ก.ตร. พิจารณาเห็นว่าการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าว ให้ ก.ตร.ดำเนินการอย่างไร
ก. รายงานต่อ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาและสั่งการแก้ไขภายใน 15 วัน หาก ผบ.ตร.ไม่แก้ไขให้รายงาน
ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป
ข. รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป
ค. รายงานต่อ ก.ต.ช.เพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป
ง. รายงานต่อ ก.ต.ช.เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป
9. การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ผู้ใดมีหน้าที่รับสมัครบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ประธาน ก.ตร.
ค. ผบ.ตร.
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.
10. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ กรณีใดเมื่อได้รับการคัดเลือก แล้วต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ก. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)
ข. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)
ค. กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑)
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.
สารบรรณ
11. ระเบียบงานสารบรรณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้บังคับตั้งแต่ เมื่อใด
ก.1 มิถุนายน 2516
ข.1 มิถุนายน 2526
ค.1 ตุลาคม 2526
ง.1 ธันวาคม 2527

12. หนังสือภายในเป็นหนังสืออย่างไร
ก.ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
ข.ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
ค.ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
13. แถลงการณ์ เป็นหนังสือประเภทใด
ก.ประทับตรา ข.สั่งการ
ค.ประชาสัมพันธ์ ง.เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น
14. หนังสือประทับตรา ผู้ใดมีอำนาจในการลงชื่อกำกับ
ก.เจ้าหน้าที่ระดับ 2 ขึ้นไป
ข.หัวหน้าแผนก
ค.หัวหน้าฝ่าย
ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย
15. หนังสือราชการที่เป็นต้นฉบับ (ตัวจริง) จะมีรูปครุฑไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
ก.ด้านบนขวา ข.ด้านล่างซ้าย
ค.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด ง.ตรงส่วนใดก็ได้ขอให้เห็นเด่นชัด
16. ข้อความที่บันทึกในรายงานการประชุมมักเริ่มต้นด้วยอะไร
ก.ประธานกล่าวเปิดประชุม
ข.บอกเรื่องที่จะประชุม
ค.การรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
ง.การอ่านรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
17. การร่างหนังสือราชการต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรื่องใดต่อไปนี้จำเป็นน้อยมาก
ก.แบบฟอร์ม
ข.ใจความ
ค.วรรคตอน
ง.ตัวสะกดการันต์
18. การเสนอหนังสือคืออะไร
ก.การนำหนังสือไปส่งให้ผู้รับ
ข.การส่งหนังสือออกจากส่วนราชการ
ค.การสรุปใจความสำคัญในหนังสือเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ง.การนำหนังสือที่ดำเนินการชั้นเจ้าหน้าที่แล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชา
19. ข้อใดไม่มีกำหนดไว้ในทะเบียนงานสารบรรณ
ก.ทะเบียนรับ
ข.ทะเบียนจ่าย
ค.ทะเบียนส่ง
ง.ทะเบียนเก็บ
20. หนังสือราชการประเภทใดอาจไม่ต้องทำสำเนาคู่ฉบับไว้ก็ได้
ก.หนังสือภายนอก
ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือสั่งการ
ง.หนังสือประทับตรา
21. หนังสือประทับตราต่างกับหนังสือภายนอกและหนังสือภายในแง่ใด
ก.คำขึ้นต้น ข.คำลงท้าย
ค.การลงชื่อ ง.ทั้ง ก. ข. และ ค.
22. การเขียนหนังสือราชการถึงพระภิกษุ-สามเณร ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
ก.เรียน ข.กราบเรียน
ค.ถึง ง.นมัสการ
23. ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
ก.เดินทาง ข.ฟังเทศน์
ค.ทำบุญ ง.ไปวัด
24. การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือราชการไปดู หรือคัดลอก ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อน
ก.เจ้าหน้าที่เก็บ ข.ประจำแผนก
ค.หัวหน้าแผนก ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย
บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546
25. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ปี พ.ศ.
ก. พ.ศ.2526 ข. พ.ศ.2536
ค. พ.ศ.2546 ง. พ.ศ.2516
26. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนความสงบและ
ปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ คือ
ก. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ข. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของสังคม
ค. การบริหารราชการเพื่อประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
27. หนังสือราชการคืออะไร
ก.เอกสารทุกชนิดที่พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย
ข.เอกสารที่เป็นหลักฐานในทางราชการ
ค.เอกสารที่มีไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ
ง.เอกสารที่ทางราชการเป็นเจ้าของ

28. แผนการบริหารตามข้อที่แล้ว เป็นแผน
ก. 2 ปี ข. 4 ปี
ค. 8 ปี ง. แล้วแต่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด
29. การจัดทำรายงานตามข้อที่แล้ว เสนอต่อ
ก. หัวหน้าส่วนราชการนั้น ข. รัฐมนตรีต้นสังกัด
ค. คณะรัฐมนตรี ง. ก.พ.ร.
30. ในการปฏิบัติภารกิจใด หากส่วนราชการจำเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบจากส่วนราชการ
อื่นตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนด ให้ส่วนราชการที่มีอำนาจ
อนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบดังกล่าว แจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคำขอทราบภายใน
ก. 10 วัน ข. 15 วัน
ค. 30 วัน ง. 60 วัน
31. ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน
ให้ส่วนราชการแต่ละแห่งจัดทำ.......เปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการของส่วนราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
ส่วนราชการ เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจดู
ก. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลา ข. แผนภูมิการดำเนินการ
ค. แผนภูมิรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ง. ถูกทุกข้อ
32. การปฏิบัติราชการในเรื่องใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่อง
ก. เปิดเผย ข. เรื่องลับ
ค. ปกติ ง. ถูกทุกข้อ
33. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ส่วนราชการจะต้องดำเนินการตามภารกิจ โดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ข. ข้าราชการต้องรับฟังความคิดเห็นและบริการให้ประชาชนพึงพอใจ
ค. การดำเนินการที่กระทบต่อประชาชนส่วนราชการต้องจัดทำประชาพิจารณ์
ง. ถูกทุกข้อ
34. การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด สมควร
ที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใด และจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด ต้องเป็นไปตาม
ก. นายกรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.
ข. คณะฐัมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.
ค. รัฐสภากำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.
ง. ถูกทุกข้อ
35. หน่วยงานใด มีอำนาจเสนอมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ ต่อคณะรับฒนตรี
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี ข. ก.พ.ร.
ค. กระทรวง ทบวง กรม ง. ถูกทุกข้อ

เฉลยธุรการ ชุดที่ 2
1. ก 2. ข 3. ค 4. ก 5. ง
6.ก 7. ง 8. ข 9. ง 10. ง
11. ข 12. ง 13. ค 14. ง 15. ค
16. ก 17. ก 18. ง 19. ข 20. ง
21. ง 22. ง 23. ค 24. ง 25. ค
26. ก 27. ข 28. ข 29. ค 30. ข
31. ง 32. ก 33. ง 34. ข 35. ข
36. ข 37. ข 38. ก 39. ข 40. ง
41. ก 42. ค 43. ง 44. ก 45. ง
46. ข 47. ง 48. ก 49. ข 50. ค
สนใจแนวข้อสอบติดต่อที่  081-0477807
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้